Blog

Mark Twain กับ 7 เรื่องจริงของนักเขียนที่ขาดไปป์ไม่ได้

Mark Twain กับ 7 เรื่องจริงของนักเขียนที่ขาดไปป์ไม่ได้

Mark Twain กับ 7 เรื่องจริงของนักเขียนที่ขาดไปป์ไม่ได้

สำหรับบางคน “ไปป์” อาจเป็นแค่ของสะสม แต่สำหรับชายที่ชื่อ Mark Twain มันคือเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนจินตนาการจนกลายเป็นนักเขียนที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา!

หากจะให้อธิบายความดังของเขาให้เห็นภาพชัดๆ เขาคือ สุนทรภู่แห่งอเมริกา” ผู้สร้างสำเนียงและวิถีชีวิตแบบอเมริกันผ่านวรรณกรรมจนคนทั่วโลกรู้จัก และเป็นไอดอลคนสำคัญที่นักเขียนระดับโลกอย่าง Ernest Hemingway ถึงกับออกปากว่า วรรณกรรมอเมริกันสมัยใหม่ทั้งหมดล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากชายคนนี้

แม้ชื่อของเขาอาจฟังดูไกลตัวสำหรับคนไทย แต่ผลงานและวีรกรรมของเขานั้นแสบสันไม่แพ้ใคร เขาคือเจ้าของบทประพันธ์อมตะอย่าง การผจญภัยของทอม ซอว์เยอร์” (The Adventures of Tom Sawyer) และเป็นราชาแห่งการเสียดสีที่มีอารมณ์ขันร้ายกาจที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา โดยเฉพาะความเชื่อส่วนตัวที่กลายเป็นตำนานว่า ถ้าไม่สูบ ก็เขียนไม่ออก”

วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับตัวตนของชายคนนี้ ผ่านมุมมองความลุ่มหลงในยาสูบ และคดี 'ไปป์ปลอม' สุดคลาสสิกที่แฝงบทเรียนชีวิตไว้อย่างลึกซึ้ง... 

คือ Mark Twain กับ 7 เรื่องจริงของนักเขียนที่ขาดไปป์ไม่ได้
"การกลับมาเยือนจุดเริ่มต้น: Mark Twain ยืนอยู่หน้าบ้านวัยเด็กที่เมือง Hannibal เมื่อปี 1902 สถานที่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างโลกของการผจญภัยที่คนทั้งโลกหลงรัก"

Mark Twain กับ 7 เรื่องจริงของนักเขียนที่ขาดไปป์ไม่ได้

  1. เริ่มสูบตั้งแต่อายุ 7 ขวบ

Mark Twain หรือ Samuel Clemens เติบโตในเมืองแฮนนิบาล รัฐมิสซูรี ซึ่งเป็นเมืองที่มีโรงงานยาสูบตั้งอยู่ เขาเริ่มหัดสูบตั้งแต่วัยประถม และกลายเป็น "นักสูบตัวยง" มาตั้งแต่นั้น เขาเคยกล่าวติดตลกถึงเรื่องนี้ว่า "I came into this world asking for a light."  (ผมลืมตาดูโลกพร้อมกับถามหาไฟต่อบุหรี่เลยทีเดียว) "

ในต้นฉบับภาษาอังกฤษของผลงานเรื่อง The Adventures of Tom Sawyer หรือ การผจญภัยของทอม ซอว์เยอร์”  Mark Twain มักจะสอดแทรกภาพลักษณ์ของตัวละครที่ "แอบหนีไปสูบไปป์" อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสะท้อนมาจากนิสัยส่วนตัวของเขาเองที่เริ่มสูบยาสูบตั้งแต่อายุเพียง 7-8 ขวบ

  1. ฉายา "มนุษย์ควัน" (The Smokiest Man Alive)

เพื่อนพ้องและครอบครัวต่างขนานนามเขาว่าเป็นคนที่มีควันท่วมตัวอยู่ตลอดเวลา เขาซื้อซิการ์ทีละถังใหญ่ และซื้อไปป์ข้าวโพด (Corncob Pipe) ทีละจำนวนมาก เพื่อนร่วมงานในหนังสือพิมพ์เคยตั้งฉายาให้ไปป์ของเขาว่า "The Pipe of a Thousand Smells" (ไปป์พันกลิ่น) เพราะกลิ่นที่รุนแรงและเป็นเอกลักษณ์จากการใช้งานอย่างหนัก และ แทบไม่เคยปล่อยให้มันดับเลยตลอดเวลาที่ตื่น

  1. นิโคตินคือ "เชื้อเพลิง" แห่งจินตนาการ

ทเวนเชื่อมั่นว่าเขาจะเขียนหนังสือไม่ออกหากไม่มีไปป์ ยาสูบคือส่วนหนึ่งของ Writing Process ของเขา ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยไปป์นับสิบอันและขี้เถ้าเกลื่อนกราด คือสถานที่ที่ตัวละครอย่าง Tom Sawyer (ทอม โซเยอร์) และ Huck Finn ถือกำเนิดขึ้น ควันยาสูบช่วยให้เขาเข้าสู่ภาวะลื่นไหลและมีสมาธิกับงานเขียนได้ทั้งวัน

  1. คดี "ไปป์ปลอม" ที่กลายเป็นความทรงจำล้ำค่า

หนึ่งในวีรกรรมที่ Mark Twain จดจำไม่ลืม คือตอนที่เขาทำงานเป็นกองบรรณาธิการอยู่ที่หนังสือพิมพ์ Territorial Enterprise ในเนวาดา เพื่อนร่วมงานขี้เล่นกลุ่มหนึ่งสังเกตเห็นว่าทเวนลุ่มหลงในไปป์อย่างมาก จึงวางแผน "แกล้ง" ครั้งใหญ่

แผนซ้อนแผนที่แนบเนียน:

กลุ่มเพื่อนได้รวมตัวกันทำพิธีมอบรางวัลเป็น "ไปป์เมียร์ชอม" (Meerschaum) ซึ่งเป็นไปป์แร่หินสีขาวราคาแพงที่นักสูบทั่วโลกใฝ่ฝัน โดยแอบสั่งทำ "ของปลอม" จากเยอรมันนีที่ทำจากชอล์กราคาไม่กี่ดอลลาร์มาหลอกเขา พร้อมสลักข้อความสุดซึ้งว่า "ถึง Mark Twain จากเพื่อนของเขา" และ ทเวนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ รู้สึกซาบซึ้งใจจนถึงขั้นเตรียมสุนทรพจน์ขอบคุณเพื่อนๆ ยาวเหยียดกว่า 20 นาที และด้วยความดีใจสุดขีด เขาจึงควักเงินก้อนสุดท้ายในกระเป๋าเลี้ยงฉลองด้วยไวน์หรูและแชมเปญชั้นเลิศให้เพื่อนๆ ทั้งคืนจนตัวเองแทบหมดตัว

ความลับแตกเมื่อไปป์ไม่เปลี่ยนสี:

ตามธรรมชาติของไปป์เมียร์ชอมแท้ เมื่อสูบไปเรื่อยๆ คราบยาสูบจะทำให้ไปป์ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลทอง (Coloring) แต่ไม่ว่าทเวนจะพยายามสูบมันหนักแค่ไหน ไปป์อันนี้ก็ยังขาวซีดเหมือนก้อนชอล์ก จนสุดท้ายเขาจึงรู้ความจริงว่าถูกหลอกเสียแล้ว!

จากความแค้นสู่ความรัก:

แม้ตอนแรกทเวนจะโกรธจัดที่ถูกหลอกให้เสียหน้าและเสียเงิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี เขากลับเขียนถึงเหตุการณ์นี้ด้วยความตื้นตันว่า:

"ความรู้สึกในวินาทีที่เพื่อนๆ มอบไปป์อันนั้นให้ผม... ความทรงจำนั้นมีค่ามากกว่าเงินทอง และทำให้ไปป์อันนั้นกลายเป็นไปป์ที่ล้ำค่าที่สุดในโลกสำหรับผม"

ไปป์บางส่วนที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Mark Twain museum in Hartford, Connecticut
ไปป์บางส่วนที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Mark Twain museum in Hartford, Connecticut
  1. นามปากกา "Mark Twain" กับนัยแฝงที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเรือ

หลายคนทราบดีว่าชื่อ Mark Twain เป็นศัพท์เทคนิคจากการขับเรือกลไฟในแม่น้ำมิสซิสซิปปี ซึ่งหมายถึงระดับน้ำลึก "สองฟาทอม" (Two Fathoms) หรือระดับที่ปลอดภัยพอที่เรือจะแล่นผ่านไปได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง นามปากกานี้ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิต "นักดื่ม" ของเขาได้อย่างแสบสัน

มีเรื่องเล่าว่าในสมัยที่เขายังใช้ชีวิตแบบหนุ่มเสเพล ทเวนมักจะสั่งวิสกี้ทีเดียว 2 แก้วรวด เมื่อเข้าไปในบาร์ แล้วตะโกนบอกคนขายเหล้าว่า "Mark Twain!" เพื่อให้ "จดขีด (Mark) ลงบัญชีไว้สอง (Twain)" บนกระดานแปะหนี้ของเขา ชื่อนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ที่รวมเอาทั้ง "ความเก๋า" จากลุ่มแม่น้ำ และ "ความกวน" ในวงเหล้ายาสูบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

  1. การต่อสู้ระหว่าง "ความรัก" กับ "ยาสูบ"

ก่อนแต่งงาน Olivia Langdon ภรรยาของเขาพยายามให้เขาเลิกบุหรี่และไปป์ ทเวนพยายามอย่างหนักเพื่อเธอ เขาเคยลดจำนวนลงเหลือวันละ 1 มวน แต่เขากลับไปหาซิการ์ขนาด "ยักษ์" เพื่อให้สูบได้นานหลายชั่วโมง สุดท้ายเขาก็ยอมรับว่าชีวิตที่ปราศจากยาสูบนั้นไม่ใช่วิถีของเขา และกลับมาสูบจัดอีกครั้งจนวาระสุดท้าย

  1. จากไปพร้อมดาวหางและไปป์คู่ใจ

Mark Twain เกิดและตายในปีที่ดาวหางฮัลเลย์ (Halley’s Comet) โคจรมาเยือนโลก เขาใช้ชีวิตอย่างโชกโชนและทิ้งมรดกทางวรรณกรรมไว้มากมาย แม้ในช่วงท้ายของชีวิตเขาจะเพลาการสูบลงบ้างแต่ก็ไม่เคยเลิกอย่างเด็ดขาด เพราะสำหรับเขา "การเลิกบุหรี่นั้นง่ายมาก ผมทำมาเป็นพันครั้งแล้ว"

 

 

"The man, the myth, and the smoke."
"The man, the myth, and the smoke."

ควันยาสูบที่หล่อหลอมตัวตนของ Mark Twain 

เรื่องราวของ Mark Twain กับไปป์คู่ใจ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าของคนติดยาสูบคนหนึ่ง แต่มันคือภาพสะท้อนของ "ความจริงใจ" และ "ความขี้เล่น" ที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของวรรณกรรมอเมริกัน

จากเด็กชายวัย 7 ขวบที่หัดสูบไปป์ซังข้าวโพดกลางแม่น้ำมิสซิสซิปปี สู่การเป็นนักเขียนชื่อก้องโลกที่ใช้ควันยาสูบเป็นเชื้อเพลิงในการสร้างสรรค์ตัวละครอย่าง Tom Sawyer แม้เขาจะเคยถูกเพื่อนแกล้งด้วย "คดีไปป์ปลอม" จนเสียหน้า แต่สุดท้ายเขากลับมองเห็นว่า "มิตรภาพ" ที่แฝงอยู่ในเรื่องล้อเล่นนั้นมีค่ากว่าราคาของ Meerschaum แท้เสียอีก

สุดท้ายแล้ว ชีวิตของ Mark Twain สอนให้เราเห็นว่าความลุ่มหลงในบางสิ่ง—ไม่ว่าจะเป็นไปป์ หรือการเขียนหนังสือ—หากเราทำมันด้วยความรักและเป็นเนื้อเดียวกับตัวตน สิ่งนั้นจะกลายเป็น "เครื่องยนต์" ที่ขับเคลื่อนเราไปได้ไกลเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง เหมือนที่เขาเคยทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแสบว่า การเลิกบุหรี่น่ะง่ายนิดเดียว เพราะเขาทำมันมาเป็นพันครั้งแล้ว! แต่สิ่งที่เขาไม่เคยเลิกทำเลย คือการใช้ชีวิตให้สุดขั้วและเป็นตัวเองให้มากที่สุดในทุกจังหวะของชีวิต

ควันไปป์ของเขาอาจจะจางหายไปตามกาลเวลา แต่ตัวหนังสือและอารมณ์ขันของ Mark Twain จะยังคง "Mark Twain" (อยู่ในระดับน้ำที่ปลอดภัยและยั่งยืน) ในใจนักอ่านทั่วโลกไปตลอดกาล